ลงรถเมล์

posted on 10 Nov 2014 12:50 by moo-noiz
รู้สึกเหมือนนั่งบนรถเมล์
และอยู่ดีๆก็เดินลงรถเมล์เอาซะดื้อๆ
แบบไม่รู้หรอกว่าจะไปต่อยังไง
แต่ไม่นั่งแล้วคันนี้ ตอนนี้

..........

ขณะนี้ ยังอยู่บนรถเมล์ที่กำลังวิ่งไปเรื่อยๆ
มองไปข้างหน้า อีกเมื่อไหร่ไม่รู้จะถึงปลายทาง
มองกลับหลัง ก็ไม่เห็นจุดเริ่มต้นแล้ว
และข้างทาง ไม่มีอะไรดึงดูดใจ
ไม่สบายใจกับรถเมล์คันนี้เลย ทั้งๆที่ แอร์เย็น

..........

ช่วงเวลานี้เมื่อปีที่แล้ว เคยกระโดดลงรถเมล์มาแล้วครั้งนึง
รถวิ่งดี เย็นสบาย ใครข้างนอกมองเห็น ต่างอิจฉา ว่าโชคดี
แต่ตัดสินใจลงรถเมล์คันนั้น เดินไปเรื่อยนๆคนเดียว
และยังไม่คิดจะกลับไปนั่งรถสายเดิม ถึงแม้จะคนละคัน
 
..........

วันนี้ ฉันนั่งรถเมล์มาได้สักพัก

รถเมล์ที่นั่งวันนี้คนละสายกับที่ผ่านมา

เหตุผล จุดหมายปลายทางต่างจากสายเดิม คันเดิม
 
แต่ให้ความรู้สึกคล้ายๆกัน คือ "อยากลงแล้ว"

.
 
.
 
.
10.11.2014
อรพรรณ ทองช่วง

หายใจลึกๆ

posted on 29 May 2014 14:04 by moo-noiz
ดวงตาที่พร่ามัว อยู่หน้าคอมพิวเตอร์ทำงาน
มองเห็นบางอย่างในนั้นเบลอ
ไม่มีตัวหนังสือ ไม่มีภาพวาดสวยงาม
 
หลับตาลง หายใจเข้าลึกๆ และถอนมันออก
พลางตัวหนังสือ และภาพวาดใดๆ ก็ผลุดขึ้นมา
 
ไม่ใช่ที่หน้าจอคอมพิวเตอร์
แต่ที่หน้าต่างของความคิด
 
ฉันลุกจากเก้าอี้ และเดินออกไป
ไม่ว่าใครจะทักท้วงอย่างไร ฉันหันกลับไปยิ้มเพียงเท่านั้น
 
ไม่รู้ จะไปที่ไหน
ไม่รู้ ว่าไกลไหม
ไม่รู้ ว่าต้องหยุดหายใจลึกๆ อีกครั้งเมื่อไหร่
 
แต่รู้ว่ายังหายใจ และรู้ว่าต้องหายใจ
 
และ สบายใจ ... แล้ว
 
มีเรื่องราวของไม้ขีดไฟ ที่สละตัวเองเพื่อให้ทานตะวันหันมา
 
 
หากแต่ ....
 
ดวงอาทิตย์ ไม่เคยบอกให้ทานตะวันหันมา
 
ดวงอาทิตย์ อาจกำลังรอสิ่งที่ไม่ใช่ทานตะวัน
 
ดวงอาทิตย์ อาจกำลังรอให้คุณนายตื่นสาย ตื่นขึ้นมา
 
หรือดวงอาทิตย์ อาจกำลังรอดอกไม้ราตรี ที่ไม่อาจจะพบเจอกันก็เป็นได้
 
 
ไม่มีใครรู้ว่าดวงอาทิตย์ส่องแสงรอใคร
 
ยังมีทานตะวันผู้ภักดี หันตามอาทิตย์อยู่ทุกครั้งไป
 
 
ไม้ขีดไฟ ไม่รู้ว่าอาทิตย์ทำเช่นนั้นไปทำไม
 
ไม้ขีดไฟ รู้เพียงว่า หากเป็นดั่งอาทิตย์ แล้วทานตะวันจะหันมา
 
 
ทานตะวัน จะไม่สนใจทั้งดวงอาทิตย์และไม้ขีดไฟ ถ้าไม่ส่องแสง
 
ทานตะวันรู้เพียงว่า หากที่ใดให้ความพึงพอใจ ทานตะวันจะหันไป
 
 
ดวงอาทิตย์ ...
 
 
"เจ้าอยากเป็นดังข้าใช่ไหม ไม้ขีดไฟ"
 
"เจ้าต้องการข้าใช่ไหม ทานตะวัน"
 
 
"ที่ข้ายิ่งใหญ่ ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าหันมา"
 
"ที่ข้ายิ่งใหญ่ ข้าไม่ได้ต้องการให้เจ้าเป็นเหมือนข้า"
 
 
 
"ข้าไม่ได้มีความสุข อย่างที่เจ้าคิด"
 
"ข้าก็ต้องการ และรอใคร ดังเจ้าเช่นกัน"
 
 
 
ฤดูหนาวเข้ามาแล้ว ... 
 
 
ข้ายังรอฝูงนก ที่บินหนีความหนาวเย็น
 
ข้ายังรอต้นไม้ ที่ผลิใบหนีหนาว
 
ข้ายังรอดอกไม้ ที่เหี่ยวแห้งไปกับความหนาวเหน็บ
 
ข้ายังรอหิมะ ที่ปกคลุมเบื้องล่าง จากหายไป
 
 
 
ข้ายังรอ ...
 
ข้ายังรอ ...
 
ข้ายังรอ ...
 
 
 
 
ข้าจะรอ แบบนี้ แบบที่ข้าเป็น ...
 
 
 

ที่ ที่ไม่พึงพอใจ

posted on 28 Nov 2013 13:53 by moo-noiz directory Fiction, Diary

ที่คิดว่า ที่ที่ตนอยู่ดีที่สุด และพึงพอใจที่จะอยู่ที่ตรงนั้น

ที่คิดว่า ที่ที่ตนอยู่ดีที่สุด และประนามว่าร้ายที่ที่คนอื่นอยู่

ที่คิดว่า ที่ที่ตนอยู่แย่ที่สุด แต่ก็ยังอยู่กับที่ที่ตนเองว่าแย่ที่สุด

ที่คิดว่า ที่ที่ตนอยู่แย่ที่สุด และอิจฉาที่ที่คนอื่นอยู่

ที่คิดว่า ที่ที่ตนอยู่แย่ที่สุด และยังว่าที่ที่คนอื่นอยู่ว่าแย่ที่สุด
 
 
ที่ๆๆๆๆๆ ... ที่มาเต็ม แล้วที่แบบไหนที่กำลังอยู่กับเรา
 
.
.
 
มีหลายครั้งที่แอบอิจฉาที่ที่คนอื่นอยู่
 
หลายครั้งที่คิดเยาะเย้ยว่าที่ที่ตัวเองอยู่ เป็นที่ที่คนอื่นต้องอิจฉา
 
.
.
 
บางทีก็รู้สึกว่า ความพึงพอใจในสิ่งที่ตัวเองอยู่ เป็นเรื่องที่ง่าย
 
แต่บางที มันไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด
 
.
.
 
หลายคนบอกว่า จงพึงพอใจในสิ่งที่ตนมี
 
เอาจริงๆ นะ .... มันไม่ง่ายเลย
 
บางครั้งคนที่พูดประโยคนี้ขึ้นมา อาจพูดเพื่อปลอบใจคนอื่นหรือตนเองในขณะนั้น
 
 
ฉันพูดประโยคนี้กับตัวเองหลายรอบ หลายครั้ง หลายหน
 
ในวันที่ท้อแท้ พ่ายแพ้ ผิดหวัง อิจฉา หรือแม้กระทั้งเวลาที่สมหวังก็ตาม
 
และวันนี้ ก็ยังทำมันไม่ได้อย่างสนิทใจ
 
แต่ฉันก็พึงพอใจในตัวเอง ...
 
ที่อย่างน้อยก็มองโลกในแง่ดี ว่าความไม่พึงพอใจ บางครั้งก็ทำให้เกิดอะไรดีๆ ขึ้นในชีวิต
 
.
 
.
 
เพียงแค่มีความไม่พึงพอใจ ที่พอดี ก็น่าจะเป็นสุขได้ดีอย่างที่พึงพอใจ
 
(ว่าแต่.....มันก็ไม่ง่ายอีกละ 55555)
 
 
 
** เอนทรี่นี้ เขียนขึ้นในขณะที่กำลังอิจฉาที่ที่คนอื่นอยู่ และคิดในใจกลับไปว่า เค้าก็อาจกำลังอิจฉาเราอยู่เหมือนกันก็ได้ ... ใครจะไปรู้ล่ะ เนาะ 555 แบร่ :P
 

ในเช้าวันที่เมื่อวาน ...

posted on 28 Oct 2013 13:05 by moo-noiz directory Diary
ในวันที่ฟ้าสดใส ตื่นเช้าเดินทางทำงาน กับรถเมล์สายเดิม
ในวันที่ บังเอิญมีที่ให้นั่ง บนรถที่ติดเหมือนๆ เดิม
 
.
.
.
 
 
ในเช้าวันที่เมื่อวาน  เศร้ากับเรื่องผิดหวัง
ในเช้าวันที่เมื่อวาน  เสียงสั่นน้ำตาคลอ ขณะเล่าให้คนสนิทฟัง
ในเช้าวันที่เมื่อวาน  รูมเมทพาไปเลี้ยงปลอบใจ
ในเช้าวันที่เมื่อวาน  พลาดดูรายการโปรด (The voice)
ในเช้าวันที่เมื่อวาน  ท้อและฮึดสู้ ในเวลาเดียวกัน
 
.
.
.
 
ในเช้าวันนี้ วันที่เหม่อลอย และยิ้มร่า บนถนนสายเดิม
ในเช้าวันนี้ วันที่คุณป้าที่นั่งอยู่ด้านหลัง คุยกับลูกด้วยภาษาบ้านๆ อย่างน่ารัก
ในเช้าวันนี้ วันที่เห็นชาวต่างชาติร่างใหญ่ จูงคนตาบอดหลบรถที่ขวักไขว่เต็มถนน
 
ในวันนี้ วันที่ยิ้มให้กับบรรยากาศตอนเช้า กับเรื่องราวดีๆ
 
.
.
.
 
ความคิดที่แล่นเข้ามาในหัวเช้าวันนี้ คือ "อยากกลับบ้าน(แบบถาวร) แล้วววว "
 
ยิ้ม และคิด ...
 
คิด : เดินลงจากรถเมล์ เก็บกระเป๋า เดินทางกลับบ้าน
ยิ้ม : ^^
 
คิด : อีกปีเดียวกับความรับผิดชอบ กับความไว้างใจในงานชิ้นนี้
ยิ้ม : ^^
 
 
 
 
เคยได้ยินเค้า (เค้าที่ไหนไม่รู้) กล่าวมาว่า
 
คนเราจะคิดถึงบ้าน รู้สึกอยากกลับบ้าน ในวันที่ทุกข์ใจ
 
วันนี้ เป็นหนึ่งวันที่ฉันอยากกลับบ้าน
 
แต่ด้วยความอิ่มใจ สุขใจ กับสิ่งน่ารักๆ มากมายในตอนเช้า
 
แม้เมื่อวานฉันรู้สึกแย่กับตัวเองหลายๆ อย่าง
 
ฉันกลับไม่รู้สึกอยากกลับบ้านเท่าวันนี้เลย
 
 
 
 
ขอบคุณ **
 
คุณป้าที่นั่งอยู่ด้านหลัง ที่ทำให้ยิ้มกับสำเนียงและคำพูดของคุณป้า
คุณฝรั่งตัวโต ที่มีน้ำใจจูงคนตาบอดข้ามถนน
คุณรถเมล์ ที่มีที่นั่งพอให้ฉันได้มีเวลาฟัง มอง และรู้สึกดีกับสิ่งน่ารักๆ ในเช้าวันนี้
 
คุณตัวเอง ที่ไม่กระโดดลงรถ ณ ขณะนั้น 555
 
และขอบคุณ
คุณเมื่อวานกับเรื่องผิดหวัง ที่ทำให้ วันนี้ มีความสุขมากกว่า เมื่อวาน
 
 
 
ขณะที่ทุกคนต่างวุ่นวายกับตัวเองในตอนเช้าเพื่อเร่งรีบทำงาน
คุณตาท่านหนึ่ง ก็ออกจากบ้านทุกเช้าเช่นกัน
คุณตาแต่งตัวเนี้ยบมาก
ถือถุงสีฟ้า และขึ้นรถเมล์สายเดิม
เราเจอกันทุกๆ เช้า ของวันทำงาน
 
เราเจอกัน แต่ไม่เคยคุยกัน
 
เกิดความสงสัยอยู่ในใจมากมาย
 
คุณตาออกจากบ้านทุกเช้า
 
คุณตาจะไปไหน
 
คุณตาทำอะไร
 
แต่ความไม่กล้า ก็ส่งผลให้ไม่รู้ 55
 
และด้วยอีกเหตุผล คือ กลัว (คำตอบ)
 
ไม่รู้ว่าคำตอบจะทำให้ รู้สึกดี หรือ รู้สึกแย่
 
.
.
.
 
จากการเจอกันเกือบทุกเช้า
คุณตา ทำให้มีมุมมองทั้งมุมดี และร้าย สลับกันไป
 
บางเช้า ก็ โลกสวย
บางเช้า ก็ โลกมืด
 
ซึ่งนั่น ล้วนขึ้นอยู่กับความคิดตัวเองทั้งสิ้น
 
แท้จริงแล้ว คุณตา ไม่ได้มีผลต่อมุมมองเท่าไหร่นักหรอก
 
แต่คุณตาทำให้มุมมองต่างๆ ที่มีอยู่มันถูกคิดขึ้นมาอย่างชัดเจนมากขึ้นเท่านั้นเอง
 
(หากให้เขียนในนี้ว่า มีมุมมองอย่างไรในแต่ละวัน คงจะไม่หมด บอกตรงๆ ไม่เคยซ้ำเลย จริงๆ)
 
รู้แค่ว่า รอยยิ้มที่มี เพิ่มขึ้นในทุกเช้า ^^
 
และการมองคุณตา ในทุกเช้าหลังจากนี้
 
ก็จะ (พยายาม) ที่จะมีรอยยิ้มเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ
 
.
 
.
 
ขอบคุณ คุณตาท่านนั้น ที่เจอกันตอนเช้า ณ ป้ายรถเมล์
 
ที่ ถึงแม้ ไม่เคยได้พูดคุยใดๆ
 
ที่ ถึงแม้ ไม่รู้ว่าคุณตาไปที่ไหน
 
ที่ ถึงแม้ คุณตาจะไม่รู้ว่าทำอะไรไปกับความคิดของเด็กคนนี้บ้าง
 
แต่ก็ ขอบคุณมากๆ ค่ะ
 
จากเด็กน้อย ที่ยังด้อยประสบการณ์ชีวิต และแอบมองคุณตาในทุกเช้าของวันทำงาน
 
 
 
หวังว่าเราจะเจอกันในทุกเช้าวันต่อๆ ไป นะคะ คุณตา :))
 

untitled

posted on 19 Aug 2013 13:29 by moo-noiz directory Diary
หากเส้นทางเดิน มีการเปลี่ยนไป
ใจเราจะเปลี่ยนแปลงไปด้วยมั้ย
 
บางที ที่เค้าบอกกันว่า ไม่ใช่ ก็คือไม่ใช่
ฉันเพิ่งได้รู้....วันนี้
 
.
.
 
การอดทน เป็นสิ่งที่ดี
แต่ อดทน ไม่ถูกที่ ไม่ถูกเวลา ไม่ถูกเรื่องราว
ก็ไม่ได้เกิดผลดีกับใครเลย
 
ฉันคิดเสมอ อีกนิดเดียวแล้วมันจะผ่านไป
ใช่ มันผ่านไปแล้ว ... แต่มันก็กลับมา
 
หากไม่ทำลายจนจบสิ้น มันจะกลับมาสร้างความยิ่งใหญ่
 
เคยเล่นเกมส์มั้ย หากกระโดดข้ามไป หรือเพียงทำร้ายให้บาดเจ็บ
เราจะถูกเอาคืนจนปางตาย ทั้งที่ตั้งตัวและไม่ทันตั้งตัว
 
" หากได้ต่อสู้แล้ว ต้องสู้ให้ตาย ต้องฆ่าให้ตาย ... "
 
เชื้อโรค ถ้าไม่สามารถทำลายมันได้
มันจะสร้างภูมิคุ้มกันตัวเอง และกลับมายิ่งใหญ่กว่าเดิม
เราต้องใช้กำลังเพิ่มมากขึ้นในการต่อสู้
สุดท้าย ใครอ่อนแอกว่า ก็แพ้ไป
 
หากคิดฝืน และเดินตามทางไปเรื่อยๆ
มองไม่เห็นบ้าง ละเลยไปบ้าง
 
แรกๆ อาจสบายใจ
แต่เมื่อใด เราถูกจู่โจมจนไม่สามารถยืนอยู่ได้
เกมส์ก็ จบ!! จบ โดยที่ยังไม่ได้ลงมือต่อสู้
 
.
.
 
เมื่อก่อน ฉันเคยฝืน ฝืนจนคิดว่าฉันชนะมันแล้ว
ทั้งที่จริง ฉันต่างหากกลับเป็นฝ่ายพ่ายแพ้
.
.
 
ขอบคุณวันก่อนนั้น ที่ทำให้ฉันมีความสุข
ขอบคุณวันนี้ ที่ทำให้ฉันมีค่วามสุข
ขอบคุณวันหน้า ที่(จะ)ทำให้ฉันมีความสุข(เช่นกัน)
 
.
.
 
รักความคิดตัวเองในวันนี้นะ :)
 
เคารพการตัดสินใจของเธอนะ ... "ความคิด" และ "ความรู้สึก"
 

กาแฟ กับ ศิลปะ

posted on 14 Aug 2013 14:55 by moo-noiz

โดยส่วนตัวแล้วไม่ค่อยมีความผูกพันกับกาแฟมากนัก

เป็นคนที่ชอบนั่งร้านกาแฟ แต่มักไม่ค่อยสั่งกาแฟ

ไม่สามารถแยกรสชาติกาแฟออกจากกันได้

 

เคยได้ยินบางคน กล่าวว่า แค่ได้กลิ่นก็รู้แล้วว่ากาแฟอะไร

เฮ้ยยยย นี่มันคอกาแฟตัวยง หรือพี่โม้ คะ

ถ้าดื่มกาแฟขนาดนั้น ถ้าจากคำที่เค้าว่าต่อๆ กันมา กินกาแฟแล้วตาแข็ง

หนูว่าพี่ คงไม่ได้นอนมาหลายเดือนเลยสินะ ^^

 

[ กาแฟ กับ ศิลปะ ] เข้ากันมั้ย เข้ากันได้อย่างไร

รสชาติ ???

ความงดงามของการตกแต่งลวดลาย ???

ความงดงามของร้าน บรรยากาศ ???

อารมณ์ของผู้ที่ดื่มด่ำกับกาแฟ ???

หรือการเอาส่วนต่างๆ ของกาแฟ มาทำเป็นงานศิลปะ ???

 

ไม่รู้ว่าอันไรไหน คือ ศิลปะ

แต่มีความรู้สึกว่า ดื่มกาแฟแล้ว คนนั้นดูเป็นคนมี ศิลป์ นะ 5555

 

นักธุรกิจ นักวิชาการ มักดื่มกาแฟ ก่อนทำงาน ขณะทำงาน หรือหลังทำงาน

อาจเพราะการดื่มด่ำรสชาติกาแฟ ความหอม อารมณ์ของมัน คงเหมือนกำลังมองดูภาพศิลปะบางภาพ

ปล่อยใจให้สบาย แล้ววางแก้วให้แม่บ้านไปล้าง ก็พลันเกิดความคิด และจินตนาการขึ้นมาทันที

ปิ๊ง !!!  (เวอร์เชียว -,-")

 

นักธุรกิจ นักวิชาการ ใช้กาแฟเป็นส่วนช่วยในการติดต่อประสานสัมพันธ์อันดีต่อกัน

การประชุม งานสัมมนาต่างๆ ล้วนพบเห็นสิ่งที่เรียกว่า กาแฟ

หากไปประชุม แล้วไม่มีกาแฟ จะรู้สึกทันที ว่าที่นี่ดูไม่อยากต้อนรับ ดูไม่เป็นมิตรเอาซะเลย

คงเพราะความเคยชิน หากได้ยินคำว่า รับกาแฟไหมค่ะ กาแฟดำหรือใส่ครีม ยิ่งถามรายละเอียดเยอะ

ยิ่งรู้สึกว่าใส่ใจ บริการดี เป็นมิตรจัง น่าทำงานหรือทำธุรกิจด้วยจังเลย

 

**กาแฟ ที่มีการ "ชง" ที่ดี  ก็จะเป็น "ตัวชง" ที่ดีด้วย

(กาแฟ มีการชงที่เหมาะสมตามสูตรต่างๆ และกาแฟก็เป็นตัวชง ให้กลุ่มคนได้สานสัมพันธ์กันมากขึ้น)

 

ศิลปิน เห็นศิลปินท่านใด นั่งอยู่ร้านกาแฟ มันทำให้ดูเป็น ศิลปิ๊นนนน ศิลปินมากขึ้นเข้าไปอีก 555

(จริงๆ นะ ความคิดเห็น ส่วนตัวเลย)

ไม่รู้ว่าต้องการให้ กาแฟ ช่วยคิดอะไร ไม่รู้ว่าความคิดของเค้าเกี่ยวข้องกับกาแฟหรือไม่

แต่กาแฟ และร้านกาแฟส่วนใหญ่ มักเป็นจุดเริ่มต้นของงานศิลปะอย่างน้อยๆ สักหนึ่งชิ้น สองชิ้น

หรืออาจเป็นชิ้นงานมาสเตอร์พีช ของเค้าเลยก็เป็นได้

 

นักเดินทาง  ชอบเดินทาง ชอบพักผ่อน

ไหนบอกจะไปทะเล ไหนบอกจะไปภูเขา ไหนบอกไปเดินห้าง ไหนๆ ไปหอศิลป์ นิทรรศการ

ไหนนนนนนนน ที่ไหนไม่มีร้านกาแฟมั้ง แล้วที่ไหนที่ไม่มีคนนั่งมั้ง

พักผ่อนที่ไหนก็เจอร้านกาแฟ กำลังเดินทาง แวะปั๊มน้ำมัน ก็มีร้านกาแฟ

 

นี่กำลังเขียนอะไรอยู่เนี่ย 555

คือจริงๆ แล้ว มีเพื่อนทำนิตยสารเกี่ยวกับกาแฟ

ส่งหัวข้อ กาแฟ กับ ศิลปะ มาให้ บอกลองเขียนดู

เฮ้ยยยยยย อยากเขียนนะ แต่คิดไม่ออก

พยายามหาข้อมูลจากเว็บ นู่น นี่ นั่น

ได้ความส่วนใหญ่ จะเน้นไปที่ ศิลปะการปรุงแต่งรสชาติของกาแฟ

การตกแต่งลายกาแฟน่ารักๆ จนไม่กล้ากิน กลัวน้องกระต่ายแสนสวยจะหูแหว่ง

บ้างก็พูดถึงการนำส่วนต่างๆ ของกาแฟ เมล็ด กากกาแฟ มาทำชิ้นงานศิลปะ

เช่น กรอบรูป แก้ว เครื่องประดับ เทียนหอมกลิ่นกาแฟละมุนจมูก

 

นี่คงเป็นความหมาย ของ ศิลปะ กับ กาแฟ ของใครหลายๆ คน

สำหรับฉัน กาแฟ มันมีศิลปะอยู่ในตัวของมันเอง

ตั้งแต่ศิลปะการเติบโตของเมล็ดกาแฟ กลายเป็นต้นกาแฟ

ศิลปะการเก็บเมล็ดกาแฟ จากต้น

ศิลปะการคิดนำเมล็ดกาแฟมาผ่านกระบวนการวิธีต่างๆ สำหรับพร้อมปรุงแต่ง

ศิลปะการปรุงแต่งรสกาแฟ ตามความคิดความชอบ

ศิลปะในการดื่มด่ำกาแฟของแต่ละคน

ศิลปะการตกแต่งแก้วกาแฟ ให้เกิดความน่าสนใจ

ศิลปะการนำเศษส่วนของกาแฟ มาสร้างชิ้นงานที่มีศิลปะ

ศิลปะ ของ คนมีศิลป์ ที่นำ ศาสตร์และศิลป์ของกาแฟ มาสร้างงานศิลปะ ให้ได้ชื่นชม

 

หากมองแล้ว ไม่ใช่เพียงกาแฟ ที่สร้างศิลปะ

หากเป็นมนุษย์ด้วย ที่มองเห็น ศิลปะ กับ กาแฟ


..................... จบ .......................................

(จบ แบงงๆ  คือ ไปต่อไม่ได้แล้วไง ลงมันอย่างนี้ซะเลย 555)

 

ชีวิต & คณิตศาสตร์

posted on 05 Jul 2013 13:17 by moo-noiz directory Fiction, Knowledge, Idea
วันนี้มีตัวเลขมาคิดเล่นๆ
 
10 - 20 = -10
20 - 30 = -10
30 - 40 = -10
40 - 50 = -10
50 - 60 = -10
60 - 70 = -10
70 - 80 = -10
80 - 90 = -10
 
สังเกตว่า ตัวเลขเหล่านี้
เมื่อคำนวนทางคณิตศาสตร์แล้ว ได้คำตอบเท่ากัน
 
แล้วถ้าหากเอาตัวเลขนี้ มาแปลงเป็นตัวเลขอายุคนล่ะ
 
ทารกแรกเกิด                กับ      เด็กอายุ 10 ขวบ
เด็กอายุ 10 ขวบ           กับ      วัยรุ่นอายุ 20 ปี
วัยรุ่นอายุ 20 ปี             กับ      ผู้ใหญ่ อายุ 30 ปี
ผู้ใหญ่อายุ 30 ปี            กับ     ผู้ใหญ่อายุ 40  ปี
ผู้ใหญ่อายุ 40  ปี           กับ     ผู้ใหญ่กว่าอายุ 50 ปี
ผู้ใหญ่กว่าอายุ 50 ปี       กับ     ผู้ใหญ่เกษียณอายุ 60 ปี
ผู้ใหญ่เกษียณอายุ 60 ปี  กับ     ผู้ชรา อายุ 70 ปี
ผู้ชราอายุ 70 ปี              กับ     ผู้ชราอายุ 80 ปี
ผู้ชราอายุ 80 ปี              กับ     ผู้ชรากว่า อายุ 90 และผู้ชราภาพมากแล้ว อายุ 100 ปี
 
.
.
 
เห็นอะไรจากช่วงอายุเหล่านี้
ความแตกต่างทางกายภาพ
ความแตกต่างทางความคิด
ความแตกต่างทางจิตใจ
 
 
อายุ 80 กับ 90 ปี  ดูแล้วมีความแตกต่างกันน้อยมาก
หากเปรียบเทียบ ทารกแรกเกิด กับ เด็ก 10 ขวบ
 
และถ้าเอาเด็ก 10 ขวบ กับ วัยรุ่น 20 ปี มานั่งคุยกัน ก็คงสนุกน่าดู
ยิ่งถ้าวัยรุ่น 20 ปี มานั่งคุยกับผู้ใหญ่อายุ 30 ละก็ ยิ่งสนุกขึ้นไปอีก  555 Cry
 
นั่นอาจเป็นเพราะประสบการณ์ชีวิตที่ผ่านพ้นมา ของแต่ละสิบๆ ปี
พอเริ่มหมดช่วงไขว่คว้า หาประสบกาณณ์ อย่างคนอายุ 60 ขึ้นไป
ความคิด และความแตกต่างกันจึงน้อยลง
60 70 80 90 ถ้าเอาคนอายุเหล่านี้มานั่งคุยกัน คงเป็นภาพที่น่ารัก
คุยกันได้เกือบทุกเรื่อง รู้เรื่อง และเข้าใจกันง่ายขึ้น
 
.
.
.
 
นี่เป็นสิ่งที่ฉันนั่งคิด เกี่ยวกับตัวเลขอย่างหนึ่ง
คณิตศาสตร์ มีความแน่นอน หากคิดผิด คำตอบก็คือ ผิด !!
 
แต่ในชิวิตคน ชีวิตจริง ไม่อิงคณิตศาสตร์
ไม่สามารถเอาตัวเลขเหล่านี้มาลบกัน
แล้วจะได้ผลลัพที่แน่นอนเหมือนกันเสมอไป
 
เพราะต่างคน ต่างอายุ ต่างความคิด ต่างประสบการณ์
 
จริงๆ แล้ว แม้แต่คนที่อายุเท่ากัน ยังต่างกันเลย จริงไหม ...
 
แล้วความคิดเห็นที่ต่างกันหล่านี้ล่ะ มีใครที่คิดถูก หรือ ผิด ???
 
ก็คงไม่ เพราะ ชีวิต ไม่ใช่คณิตศาสร์
 
( 30 -20 = 10 :  คนอายุ 30 ปี - คนอายุ 20 ปี = ???? )
 
 

ปีใหม่ 2556

posted on 01 Jan 2013 15:59 by moo-noiz
 
 
 
 
 
 
สวัสดีปีใหม่

 
^_____^
 
 
 
สุขสันต์ สุขขี
 
โชคดี ร่ำรวย
 
สุขภาพกายสวย สุขภาพจิตดี
 
อุบัติเหตุหลบหนี แคล้วคลาด ปลอดภัย
 
สุข ตลอดปี และ สุขตลอดไป
 
 
โชคดี มีชัย
 
ไชโย โฮ่ ฮิ้ววววว
 
.
.
.